โอกาสของเขาหรือของเรา?
ในแวดวงดนตรีไม่ว่าจะยุคไหนๆ คนที่มีความพร้อมด้านทุนทรัพย์มีโอกาสมากกว่า โอกาสในที่นี่คือโอกาสการเรียนรู้ โอกาสที่ได้พบปะผู้คน โอกาสในการฝึกซ้อม และโอกาสในการลองเข้าไปอยู่ในค่าย
ล่าสุดลงทุนโอกาสให้ตัวเองกับค่ายลูกทุ่งดัง จ่ายค่าแรกเข้าก็ใช้นามสกุลของค่ายได้เลย
win-win ไหม อยู่ที่การมองของทั้งสองฝ่าย ขอเริ่มจากการมอง(ในความเห็นของผมเอง)
ฝั่งเขา
เงินค่าแรกเข้าคือ ค่าใช้จ่ายในการเฟ้นหาดาวดวงใหม่ของค่าย ทุกอย่างทำตามขั้นตอนของการปั้นดาว ค่ายมีเงินทุนหลายหัวตั้งแต่เริ่มต้น ดีกว่าการปั้นแบบแมวมองหรือออดิชั่นเข้ามา เพราะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มมองแล้ว
สิ่งที่ได้ตามมาคือ แรงผลักดันเทรนนี่ในค่ายให้เกิดแรงกระตุ้น ถ้าคุณยังตามหาฝันแบบเรื่อยๆเปื่อยๆ ผมจะไม่รอคุณแล้วนะ ผมมีคนให้ปั้นอยู่เรื่อยๆแล้ว
ฝั่งเรา
เงินค่าแรกเข้าคือ การเรียนรู้ การได้ประสบการณ์ตรง การมีที่ปรึกษา การมีผลงานเพลงเป็นของตัวเอง และโอกาสของการเป็นศิลปิน
แต่โอกาสที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นการซื้อโอกาสหรือการได้โอกาส อยู่ที่เราล้วนๆ หากความมุ่งมั่นของเรายังสู้คนที่เดินทางเส้นเดียวกับเราไม่ได้ เราไม่มีทางถึงฝันในเส้นทางที่เลือกแน่นอน
ยิ่งการซื้อโอกาส มันได้มาง่ายๆ หรืออะไรที่ได้มาง่ายๆ เรามักจะไม่เห็นคุณค่าเหมือนการที่ต้องฝ่าฝัน ฝึกซ้อม มุ่งมั่นจนได้โอกาส
นี้คือการที่เราได้รับโอกาสจากเขา สิ่งที่เราคาดหวังอาจไม่ได้เป็นตามที่เราหวัง เพราะเขาก็อยากได้ในสิ่งที่เขาต้องการเหมือนกัน ตัวตนของเราจริงๆ ถูกกดทับจากความคาดหวังของผู้อื่น สิ่งที่เขาอยากให้เราเป็น
แต่ถ้าเราสร้างโอกาสขึ้นมาเอง สร้างจากตัวตนของเราเอง จนมีคนยอมรับ มีแฟนเพลงแฟนคลับเป็นของตัวเอง เมื่อถึงวันหนึ่งมีคนให้โอกาสเรา เราจะเป็นตัวเราที่มีโอกาส มีแนวทางของตัวเอง เพราะการให้โอกาสของเขาคือการเห็นตัวตนของเราจนเขายอมรับ เขาจะไม่เอาความคาดหวังของเขามากดทับเรา เขาจะมองหาช่องทางให้เราเติบโต มากกว่าการหาอะไรสักอย่างมาปรับปรุงเปลี่ยนแปรงเพื่อให้เข้ากับช่องทางที่เขามีอยู่
… ผมเชื่อการสร้างตัวตนของเราเองจนผู้คนยอมรับ มากกว่าเปลี่ยนแปลงเข้าหาคน
โอกาสไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใด หากเราเตรียมความพร้อมอยู่เสมอเมื่อความสำเร็จเข้ามาเราจะรับมือกับความสำเร็จได้แน่นอน